ร่วมด้วยครับ
พระธุดงค์
ฝนค้างใบไม้ค่อยทยอยหยด
เอาจิตจรดใจจับสดับเสียง
ทุกกระทบธารน้ำเกิดสำเนียง
ถึงแผ่วเพียงสัมผัสแต่ชัดเจน
ในค่ำคืนชื้นน้ำและฉ่ำฝน
มาฝึกตนในพฤกษ์อันลึกเร้น
ท่ามกลางแสงรางเลือนจากเดือนเพ็ญ
สงบเย็นเพลิดเพลินอยู่เนิ่นนาน
สมณะพระธุงค์ผู้ทรงศีล
ผู้ป่ายปีนข้ามวงวัฏฏ์สงสาร
ผู้ถือธรรมศรัทธาภิกขาจาร
หมายนิพพานเบื้องหน้าเป็นอารมณ์
ศีล ปัญญา สมาธิ สติตั้ง
มีจิตหยั่งรู้ทุกข์แลสุขสม
ปฏิบัติธุดงค์เดินจงกรม
และรู้ลมหายใจในกายตัว
ยิ่งเจริญในธรรมกรรมฐาน
ยิ่งตัดมารกิเลสและเหตุชั่ว
ยิ่งตัดเมาเขลาขลาดและหวาดกลัว
เป็นดอกบัวพ้นน้ำในยามนี้
มาปักกลดภาวนากลางป่าชัฏ
ท่ามกลางสัตว์เสือสิงห์กระทิงหมี
ทั้งเย็นเยียบเงียบจัดสงัดดี
ทั้งไม่มีผู้คนมาสนใจ
พอรุ่งเช้าดาวจางน้ำค้างหยาด
บิณฑบาตใต้โคนต้นไม้ใหญ่
เหลือกิเลสเท่าเล็บเท่าเห็บไร
กับวินัยเคร่งครัดวิปัสสนา
เหตุนี้เทพเทวาเทพารักษ์
จึงพร้อมพรักสักการะแก่พระป่า
ใส่ข้าวเหลืองในบาตรเพื่อบูชา
เป็นภัตตาหารทิพย์เท่าหยิบมือ
พระซึ่งตัดโอชาแห่งอาหาร
ความต้องการฉันขอแค่พอมื้อ
ใช่อวดฤทธิ์ร่ายมนตร์ให้คนลือ
จะขึ้นชื่ออุตริผิดวินัย
ฌานโลกีย์มีอิทธิฤทธิ์เดช
ก่อกิเลสลุ่มเหลิงดุจเพลิงไหม้
เพราะน้อมนำดำรัสพระตรัสไตร
ให้ฝึกใจใช่ติดในฤทธิ์ฌาน
จึงตั้งจิตภาวนาใต้คาคบ
จิตสงบ..สุขใจจึงไพศาล
เห็นภาพปวงเทวาสาธุการ
เห็นสังขารมากมายเกิดตายลง
หูได้ยินทุกเสียงแม้แสนห่าง
เห็นทุกอย่างแจ่มใสแม้ไรผง
เห็นภาพตนเวียนว่ายยิ่งหน่ายปลง
สิ่งยืนยงใดใดล้วนไม่มี
จึงยินเสียงจากสรวงสู่ดวงจิต
“ท่านหมดกิจแล้วหนอต่อแต่นี้”
ทราบว่าเสียงพระมุนินทร์ก็ยินดี
รัศมีแห่งกายจึงพรายพลัน
เกิดปิติในธรรมอันล้ำลึก
ซึ่งรู้สึกเฉพาะพระอรหันต์
ขณะที่เมฆเกลื่อนกลบเลือนจันทร์
ขณะนั้นภิกษุบรรลุแล้ว
พระธุดงค์กลางป่าจึงปราโมทย์
ในนิโรธสมาบัติดุจฉัตรแก้ว
หลายอรุณอุ่นอ้าวจวบดาวแวว
ยังนิ่งแน่วเสวยสุขหมดทุกข์กรรม
แม้มิฉันอาหารมานานนัก
แต่รูปลักษณ์พักตร์พริ้มดูอิ่มหนำ
อิ่มในสมาธิปิติธรรม
พร้อมชี้นำส่ำสัตว์..ณ บัดนี้……
๒๖ กันยายน ๒๕๕๒
ชุมชน บ้านกลอนไทย ชุมชนสำหรับคนไทยผู้รักกลอน |
23 พฤศจิกายน 2024, 10:25:PM | |||
|
ผู้เขียน | หัวข้อ: ..สงบ.. (อ่าน 3814 ครั้ง) |
| ||||||||||
Email: