นาฬิกา พากรีดเฉือน เตือนความเหงา
ทุกค่ำเช้า ยามเรา เฝ้านึกหวล
เข็มเวลา ทิ่มแทงใจ ให้เรรวน
ทุกสิ่งล้วน เกิดก่อ ไม่พอดี
อาจเป็นเพราะ รักมากไป ใช่ไหมนั่น
ทุกคืนวัน ผันผ่าน ยากหลีกหนี
เมื่อหัวใจ เฝ้าห่วงหา เป็นนาที
ในหนึ่งปี พี่นี้ เป็นเช่นไร
เมื่อความเหงา กัดกินใจ ในรู้สึก
ยามต้องนึก ถึงเธอ เสมอไหน
เหมือนชีวิต ถูกฉีกทิ้ง จนสิ้นไป
ยากหาใคร แทนเธอ นั้น..ไม่มี
นานไหมหนอ จบสิ้น สูญสลาย
เหมือนความตาย พรากไป ในวิถี
หรือสมหวัง ในรัก ปักชีวี
จะชั่วดี อย่างไร หาได้กลัว
bluesky
ทุกค่ำเช้า ยามเรา เฝ้านึกหวล
เข็มเวลา ทิ่มแทงใจ ให้เรรวน
ทุกสิ่งล้วน เกิดก่อ ไม่พอดี
อาจเป็นเพราะ รักมากไป ใช่ไหมนั่น
ทุกคืนวัน ผันผ่าน ยากหลีกหนี
เมื่อหัวใจ เฝ้าห่วงหา เป็นนาที
ในหนึ่งปี พี่นี้ เป็นเช่นไร
เมื่อความเหงา กัดกินใจ ในรู้สึก
ยามต้องนึก ถึงเธอ เสมอไหน
เหมือนชีวิต ถูกฉีกทิ้ง จนสิ้นไป
ยากหาใคร แทนเธอ นั้น..ไม่มี
นานไหมหนอ จบสิ้น สูญสลาย
เหมือนความตาย พรากไป ในวิถี
หรือสมหวัง ในรัก ปักชีวี
จะชั่วดี อย่างไร หาได้กลัว
bluesky
สุดหมองหม่น ท้นทับเกินรับได้
เหมือนอยู่ใต้ เมฆเทา ในเงาหลัว
ไร้ซึ่งแสงสว่าง บนทางมัว
อยู่เพียงตัว ดายเดียว... แสนเปลี่ยวใจ
เธออยู่ไหน ไกลห่าง เหมือนร้างหลบ
หรือต้องจบ รักเรา เฝ้าหวั่นไหว
กาลเวลา คราเคลื่อน ลับเลือนไป
คิดถึงเธอ รู้ไหม หทัยตรม
ให้รู้สึก หงอยเหงา เศร้าจับจิต
ดั่งชีวิต ปลิดลง ตรงขื่นขม
โอ้สายใย ในห้วง บ่วงอารมณ์
กลายเป็นรอย ระทม ทับถมทรวง
ฉัน...จะรอคืนวัน เธอนั้นกลับ
มาช่วยซับ น้ำตา คราหล่นร่วง
เรามีเรา เหมือนก่อน มิกร่อนกลวง
เหมือนอยู่สรวง สวรรค์ ...วันคู่เคียง......
"สุนันยา"
เหมือนอยู่ใต้ เมฆเทา ในเงาหลัว
ไร้ซึ่งแสงสว่าง บนทางมัว
อยู่เพียงตัว ดายเดียว... แสนเปลี่ยวใจ
เธออยู่ไหน ไกลห่าง เหมือนร้างหลบ
หรือต้องจบ รักเรา เฝ้าหวั่นไหว
กาลเวลา คราเคลื่อน ลับเลือนไป
คิดถึงเธอ รู้ไหม หทัยตรม
ให้รู้สึก หงอยเหงา เศร้าจับจิต
ดั่งชีวิต ปลิดลง ตรงขื่นขม
โอ้สายใย ในห้วง บ่วงอารมณ์
กลายเป็นรอย ระทม ทับถมทรวง
ฉัน...จะรอคืนวัน เธอนั้นกลับ
มาช่วยซับ น้ำตา คราหล่นร่วง
เรามีเรา เหมือนก่อน มิกร่อนกลวง
เหมือนอยู่สรวง สวรรค์ ...วันคู่เคียง......
"สุนันยา"